แรงงานที่ไม่ควรถูกมองข้าม: โอกาสและความท้าทายในการจ้างงานผู้พ้นโทษ
ในแต่ละปี ผู้พ้นโทษกว่า 200,000 คนออกจากเรือนจำและก้าวกลับสู่สังคมไทย หลายคนผ่านการฝึกอาชีพมาแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาหางาน ประตูกลับปิดสนิทอยู่บ่อยครั้ง แม้หลายคนมีความตั้งใจที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่การถูกละเลยและตัดขาดจากโอกาสมักผลักพวกเขากลับสู่วงจรเดิม ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้สร้างแค่ผลกระทบต่อตัวพวกเขาเอง แต่ยังส่งผลถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจไทยและสังคมโดยรวม บทความนี้ชวนทำความเข้าใจว่า อะไรขวางกั้นผู้พ้นโทษไม่ให้มีงานทำ ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร และนานาประเทศแก้ปัญหานี้อย่างไรบ้าง
สาเหตุหลักของจำนวนผู้ต้องขังในไทย
ตามรายงานของ World Prison Brief ปี 2568 ไทยมีอัตราการคุมขังต่อประชากรสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในอันดับ 8 ของโลก โดยงานวิจัยจากสถาบันการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ในปี 2564 หัวข้อ “Research on the causes of recidivism in Thailand” ชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในปัจจัยหลักคือโครงสร้างกฎหมายยาเสพติด สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังสูงนั้นมาจากข้อกฎหมายการควบคุมยาเสพติดที่มีโทษร้ายแรง เช่น การจำคุก 1-15 ปี รวมไปถึงโครงสร้างกฎหมายในการประเมินเกณฑ์สำหรับคดียาเสพติดระหว่างการส่งผู้ต้องโทษเข้าบำบัดหรือการจำคุก ข้อมูลนี้สอดคล้องกับสถิติล่าสุดจากรายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศในปี 2568 ที่ระบุว่าผู้ต้องขังร้อยละ 70 ในเรือนจำไทยเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด — ส่วนใหญ่เป็นผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อย
นอกจากนี้ อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยมีผู้ต้องขังจำนวนมากคือโครงสร้างกฎหมายอาญาที่เปิดโอกาสให้เอกชนสามารถฟ้องคดีในศาลชั้นต้นได้อย่างเสรี โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีคดีอาญาจำนวนมหาศาลเข้าสู่กระบวนการศาล ศาลยุติธรรมรายงานว่ามีคดีอาญาในระบบสะสมกว่า 1.5 ล้านคดีในปี 2564 แม้การฟ้องอย่างเสรีจะเป็นหลักการที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม แต่สิ่งนี้กลับทำให้เกิดภาระคดีที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งนำไปสู่จำนวนคนในเรือนจำที่มากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้นแล้ว คดีล้นระบบยังหมายความว่า เงินภาษีส่วนหนึ่งถูกใช้ไปกับค่าดำเนินคดีที่อาจป้องกันได้ตั้งแต่ต้น
ในงานเสวนาหัวข้อ “ข้อท้าทายในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังและการสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้สะท้อนถึงข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ยังไม่เอื้อต่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศใช้กลไกควบคุมจำนวนคดีและการสั่งฟ้องโดยพิจารณาถึงประโยชน์แก่สาธารณะมากที่สุด โดยให้อำนาจดุลพินิจอยู่ที่อัยการ หากเห็นว่าการฟ้องคดีไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม อัยการสามารถเลือกไม่สั่งฟ้องได้ ในทางกลับกัน ดร. สุรศักดิ์ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยยังไม่ได้นำหลักการดังกล่าวมาบังคับใช้อย่างจริงจังมากนัก ส่งผลให้มีคดีเข้าสู่ระบบจำนวนมากเกินความจำเป็น และทำให้เกิดปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ การนำหลักการใช้ดุลพินิจของอัยการมาใช้อย่างเป็นระบบอาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาคดีล้นศาลและลดจำนวนผู้ต้องขังรวมไปถึงผู้ถูกฝากขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้พ้นโทษ
ผู้พ้นโทษมักเผชิญอุปสรรคสำคัญในการสมัครงาน โดยเฉพาะจากข้อกำหนดทางกฎหมายที่จำกัดสิทธิการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในบริบทของการสมัครงาน ปัจจุบันกฎหมายไทยมากกว่า 25 ฉบับมีข้อห้ามเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของผู้พ้นโทษไว้อย่างชัดเจน หนึ่งในประเด็นปัญหาคือข้อกฎหมายส่วนใหญ่ยังจำกัดสิทธิการสมัครงานและการขอใบประกอบวิชาชีพในช่วง 1-5 ปีแรกหลังพ้นโทษ ทั้งที่ช่วง 1–5 ปีแรกหลังพ้นโทษเป็นช่วงที่งานวิจัยระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำสูงที่สุด การกีดกันให้ผู้พ้นโทษถูกพิจารณาว่ามีคุณสมบัติอันไม่พึงประสงค์ในการสมัครงานและขอใบประกอบอาชีพทำให้การเริ่มต้นใหม่นั้นยากลำบากมากขึ้น เช่น พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 39 (1) ที่ห้ามผู้พ้นโทษขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ภายใน 5 ปีแรกหลังพ้นโทษออกมา โดยในช่วง 5 ปีแรกนี้ ผู้พ้นโทษมีความเปราะบางและเสี่ยงกลับไปกระทำผิดสูง โดยรายงานสถิติของกรมราชทัณฑ์ ปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า ผู้พ้นโทษกระทำผิดซ้ำมากถึง 50,000 คน ภายใน 3 ปีหลังจากพ้นโทษออกไป หรือนับเป็นร้อยละ 26 ของผู้พ้นโทษทั้งหมด ทั้งนี้ งานวิจัยของ TIJ (2564) ระบุว่าการว่างงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งสนับสนุนแนวคิดว่าการเข้าถึงการจ้างงานอาจช่วยลดอัตราดังกล่าวได้ โดยงานวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุการกระทำผิดซ้ำในประเทศไทยของ TIJ ในปี 2564 ที่ได้กล่าวไว้ในส่วนก่อนหน้าชี้ให้เห็นว่าการว่างงานคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักให้ผู้พ้นโทษกลับเข้าสู่วงจรเดิมและนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำของผู้พ้นโทษ ดังนั้น การจ้างงานผู้พ้นโทษจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้เอื้อต่อการกระทำผิดซ้ำอีก
ในงานเสวนาฯ ดร. กิริยา กุลกลการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นว่าปัญหาทางกฎหมายที่พบเจอคือ “การกีดกันทางกฎหมายที่เหมารวมอาชีพ” ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มอาชีพโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของเนื้องานของอาชีพนั้น ๆ ตัวอย่างชัดเจนคือ กลุ่มอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งมักถูกห้ามผู้พ้นโทษทำงานทุกประเภทในกลุ่มนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริงตำแหน่งในสายงานนี้มีความหลากหลายมาก เช่น บางตำแหน่งต้องพบปะผู้คนโดยตรงที่มาในรูปแบบการเฝ้าหน้าทางเข้าอาคาร ในขณะที่บางตำแหน่งเป็นงานด้านเทคนิคหรือดูแลพื้นที่ภายในที่ไม่ต้องพบปะผู้คนเลย ดังนั้นแต่ละประเภทของอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยมีระดับความเสี่ยงสูงหรือต่ำแตกต่างกัน หากมีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่แยกแยะความแตกต่างของตำแหน่งงานได้อย่างละเอียด ผู้พ้นโทษจำนวนมากจะมีโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มากขึ้น แทนที่จะถูกปิดโอกาสทั้งหมดเพียงเพราะอยู่ในหมวดอาชีพเดียวกัน ซึ่งเป็นการเหมารวมที่ไม่เป็นธรรมและลดทอนโอกาสการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเขาอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มีกฎหมายบางฉบับที่มีความก้าวหน้าและช่วยลดการกีดกันและสนับสนุนการเริ่มต้นใหม่ของผู้ก้าวพลาดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้แก้ไขลักษณะต้องห้ามของผู้ให้บริการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เคยได้รับโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับเพศ ทรัพย์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือค้าประเวณี สามารถสมัครเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้ทันทีหลังจากพ้นโทษ โดยไม่ต้องรอครบ 1 ปี โดยในปัจจุบันการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ก็ยังคงถูกผลักดันอยู่ในประเทศไทย แต่เพื่อความตระหนักรู้ถึงปัญหาอย่างแท้จริงและการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน การมีส่วนร่วมของภาครัฐทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคประชาสังคมยังคงต้องช่วยกันผลักดันต่อไป
นอกจากนี้ ดร.สุรศักดิ์ ได้ชี้ว่าประเด็นปัญหาประวัติอาชญากรรมติดตัวผู้พ้นโทษที่กล่าวข้างต้นนั้นเป็นปัญหาในระบบยุติธรรมที่มีมายาวนาน เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีพระราชบัญญัติหรือระบบกฎหมายที่กำหนดแนวทางการจัดเก็บและการทำลายประวัติอาชญากรรมอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นช่องว่างที่หลายฝ่ายเสนอให้พิจารณาแก้ไขปัจจุบัน การเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้อำนาจพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 63 ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบที่ชัดเจนว่าควรจัดเก็บข้อมูลระยะยาวเพียงใด หรือควรมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติต่อประวัติอาชญกรรมในทุกรูปแบบอย่างไร
หลายประเทศได้พัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อจัดการกับประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ชดใช้โทษครบแล้ว ดังตัวอย่างต่อไปนี้ อังกฤษ และ เวลส์ มีข้อกฎหมาย “The Rehabilitation of Offenders Act 1974” ที่ระบุว่าประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือชดใช้โทษครบหมดแล้วจะถือว่า “Spent” หรือ ได้ใช้โทษหมดและไม่ควรถูกเอามาเปิดเผยหรือใช้พิจารณาอีกต่อไป ไม่ว่าจะทันทีหลังพ้นโทษออกมาหรือหลังพ้นโทษมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง ตามความร้ายแรงและประเภทของคดี ภายใต้ข้อแม้ที่ว่าไม่มีการกระทำผิดซ้ำอีก โดยพวกเขาสามารถมีสถานะในการสมัครงานหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ เหมือนคนไม่เคยมีคดีในอดีตมาก่อนได้
ในสหรัฐอเมริกา พ.ร.บ. “Fair Chance Act” ห้ามนายจ้างสอบถามเรื่องประวัติอาชญากรรมในขั้นตอนการรับสมัครเข้าตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ โดยนายจ้างมีโอกาสถามและประเมินแบบเฉพาะรายบุคคลเมื่อมีข้อเสนอการจ้างลูกจ้างคนนั้นแล้วต่อไปตามข้อกำหนด
สำหรับประเทศอื่น ๆ ที่มีกฎหมายใกล้เคียงกัน เช่น แคนาดามี พ.ร.บ. “Criminal Records Act” ที่อนุญาตให้บุคคลไม่เปิดเผยประวัติอาชญากรรมในการสมัครงานตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หรือนิวซีแลนด์ที่มี พ.ร.บ. “Clean Slate Act 2004” ซึ่งช่วยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขสามารถไม่เปิดเผยประวัติอาชญากรรมได้เมื่อสมัครงาน
นอกจากนี้ ในหลาย ๆ ประเทศยังมีกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ลบคดีออกจากระบบของรัฐได้ไม่ว่าจะทันทีที่จำคุกครบตามกำหนดโทษแล้วหรือหลังพ้นโทษมาแล้วช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ในคอสตาริกา ด้วยข้อกฎหมายที่ชื่อ “Law 9361” (2017) และในเยอรมนีตาม พ.ร.บ. ที่ชื่อว่า “Act on the Central Criminal Register and the Educative Measures Register (Bundeszentralregistergesetz – BZRG) เป็นต้น
ความสำคัญต่อเศรษฐกิจจากการจ้างงานผู้พ้นโทษ
นอกเหนือจากมิติทางสังคม การจ้างงานผู้พ้นโทษยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่วัดได้ในหลายด้าน เนื่องจากการจ้างงานผู้พ้นโทษนั้นเป็นการเพิ่มกำลังในการขับเคลื่อนภาคการผลิตสินค้าและบริการของไทย ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวในบางภาคส่วนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ร้อยละ 60 ของ GDP ประเทศไทยได้มาจากภาคบริการ ครอบคลุมงานประเภทการบริการ เช่น แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานนวด พนักงานร้านอาหารและโรงแรม เป็นต้น โดยอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ผู้พ้นโทษสามารถมีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องใช้เวลาฝึกนานมากนัก นอกจากนี้ รายได้ของพวกเขาในฐานะลูกจ้างยังวนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในฐานะผู้บริโภคอีกด้วย ในทางกลับกัน หากไม่มีกลไกรองรับ ต้นทุนจากการกระทำผิดซ้ำและการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ไม่ว่าจะจากต้นทุนการดูแลผู้พ้นโทษที่กลับเข้าสู่ระบบยุติธรรมอีกครั้งเนื่องจากไม่มีงานทำ หรือจากเงินที่ไหลออกนอกประเทศเพราะไทยยังพึ่งการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างแพร่หลาย
ทั้งนี้ งานวิจัย ของ TIJ ในปี 2564 ที่ได้อ้างถึงก่อนหน้านี้ ยังชี้ให้เห็นว่าในแต่ละปี ไทยใช้งบประมาณกว่า 12,000 ล้านบาทในการดูแลผู้ต้องขัง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาในปี 2557 หัวข้อ “The Economic Burden of Incarceration in the United States” ที่ระบุว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการกักกันผู้ต้องขังมีมูลค่าต่อสังคมอย่างมาก ในแง่ของค่าใช้จ่ายภาครัฐในการคุมขังและดูแลผู้ต้องขัง รวมถึงค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในด้านอื่น ๆ จากการไม่ได้เข้าร่วมในระบบเศรษฐกิจของผู้ต้องขังต่อคนเฉลี่ยแล้วสูงถึง 33,066 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ดังนั้น การจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เป็นเพียงการลดค่าใช้จ่ายรัฐ แต่ยังเป็นการคืนผู้ผลิตและผู้บริโภคสู่ตลาด และสร้างเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วย
ผู้พ้นโทษคือโอกาสของตลาดแรงงานไทย
ปัจจุบัน ตลาดแรงงานไทยนั้นกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากรสูงวัย เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดต่ำลง อีกทั้งยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะต่ำในภาคการผลิตและบริการเนื่องจากระบบการศึกษาไทยยังคงผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อมีแรงงานทักษะสูงมากขึ้นแต่ความต้องการแรงงานประเภทนี้ขยายตัวช้า ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานทักษะต่ำข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริบทเหล่านี้ทำให้กลุ่มผู้พ้นโทษเป็นแหล่งกำลังแรงงานที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง
ในขณะเดียวกันนั้น จำนวนผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยตัวในแต่ละปีมีจำนวนไม่น้อย โดยในปี 2567 กรมราชทัณฑ์รายงานว่าผู้ต้องขังที่ปล่อยออกมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน โดยในมุมมองของ ดร. กิริยา ในงานเสวนาฯ ชี้ว่าหากมีระบบฝึกทักษะและเชื่อมต่อกับตลาดแรงงานที่เหมาะสม ผู้พ้นโทษอาจเป็นกำลังแรงงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในภาคส่วนเหล่านี้ได้ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนด้านการฝึกทักษะและมีมาตรการเชื่อมต่อกับตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม ผู้พ้นโทษสามารถเข้ามาเติมเต็มความต้องการแรงงานในภาคส่วนเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์ปัญหาแรงงานไทย และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระบบเศรษฐกิจ พร้อมกับช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่สังคมในระยะยาว
มาตรการภาษีและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการจ้างงานผู้พ้นโทษ
ปัจจุบันการจ้างงานผู้พ้นโทษนั้นเป็นประเด็นใหญ่ที่หลายประเทศให้การสนับสนุนรวมไปถึงประเทศไทยด้วย โดยคุณจเร คงทอง เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ในงานเสวนาฯ เล่าว่า ในด้านนโยบาย ปัจจุบันไทยมีมาตรการส่งเสริมการจ้างงานผู้พ้นโทษผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนายจ้าง ซึ่งเปิดโอกาสให้นายจ้างสามารถนำค่าจ้างของผู้พ้นโทษมาหักเป็นค่าใช้จ่ายองค์กรได้มากถึง 1.5 เท่าจากค่าจ้างจริง เพื่อลดภาระภาษีนิติบุคคลได้
โดย ดร. นิสิต อินทมาโน ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในงานเสวนาฯ เล่าถึงบริษัทเอกชนที่มีการจ้างงานผู้พ้นโทษภายใต้โครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” และพูดถึงโอกาสของผู้พ้นโทษที่ไม่ควรถูกมองข้าม รวมไปถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นผ่านโครงการ ดร. นิสิต ยกตัวอย่าง บริษัท ไนซ์คอล จำกัด มหาชน ที่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกฝนอาชีพการขายทางโทรศัพท์ (Call Center) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและการบริการลูกค้า และสร้างรายได้ตั้งแต่ตอนยังไม่ออกจากเรือนจำ โดยทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน และยังมีแผนขยายเพิ่มโอกาสมากขึ้นอีกในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีบริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด ที่นำผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษมาฝึกฝนอาชีพในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น งานควบคุมเครื่องจักร และงานช่างเหล็ก เป็นต้น ด้วยเป้าหมายในการรับพวกเขาเข้าทำงานจริงหลังพ้นโทษ ซึ่งทั้งสองบริษัทเอกชนนี้ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษได้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ และไม่กลับสู่วงจรเดิมอย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการเปิดเผยสถานะผู้พ้นโทษเพื่อใช้สิทธิ์ทางภาษีอาจสร้างความเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติได้ในทางปฏิบัติ
โดยในประเทศสิงคโปร์มีตัวอย่างที่น่าสนใจคือโครงการ “Yellow Ribbon Singapore” ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยสิงค์โปร์และเครือข่ายภาคเอกชน โดยโครงการนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ฝึกอบรม และประสานงานการจ้างงานผู้พ้นโทษผ่านเครือข่าย โดยที่นายจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินโดยอัตโนมัติจากรัฐเป็นเงินตอบแทนจากการจ้างงานผู้พ้นโทษ โดยไม่ต้องสอบถามหรือตรวจสอบประวัติจากลูกจ้างโดยตรงเพื่อแจ้งทางรัฐเพื่อสิทธิทางการเงินเหมือนกับประเทศไทย ระบบนี้ช่วยลดการตีตราบุคคลโดยตรงและสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเปิดโอกาสการจ้างงานผู้พ้นโทษมากขึ้น ซึ่งเป็นโมเดลที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบยุติธรรมไทยคือการสร้างระบบสนับสนุนผู้พ้นโทษให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม ซึ่งการปฏิรูปนี้ไม่สามารถดำเนินได้ด้วยแนวทางใดแนวทางหนึ่ง แต่ต้องทำควบคู่ไปหลาย ๆ อย่าง ทั้งการปฏิบัติในระบบคดีอาญาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การแก้ไกฎหมายยาเสพติดให้มีความเหมาะสม การร่างกฎหมายประวัติอาชญากรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษกลับมามีชีวิตใหม่ได้ การแก้ไขข้อกฎหมายในการประกอบวิชาชีพเพื่อลดข้อจำกัดด้านการจ้างงาน การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและแรงงานที่เอื้อต่อการกลับคืนสู่สังคมอย่างแท้จริง และการเรียนรู้ต้นแบบจากข้อกฎหมายของต่างประเทศตลอดจนนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของไทย นอกจากการปฏิรูปทางด้านกฎหมายแล้ว การสนับสนุนผู้พ้นโทษให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเป็นระบบถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอีกด้วย สุดท้ายนี้ การสนับสนุนให้ผู้พ้นโทษเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเป็นระบบจึงไม่ใช่เพียงมาตรการเชิงสังคม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว ทุกคนมีส่วนได้เสีย ทั้งในฐานะผู้เสียภาษีที่แบกต้นทุนระบบยุติธรรม และในฐานะสังคมที่จะได้ประโยชน์จากการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ
แหล่งอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์. (2568). รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์. สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2568, จาก http://www.correct.go.th/stathomepage/
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2564). รายงานสถิติประจำปี พ.ศ. 2564.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2568). จากปฐมวัยสู่แรงงาน: ส่องช่องว่างและทางออกพัฒนาทุนมนุษย์ไทย. https://tdri.or.th/2025/09/thailand-human-capital-development/
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย. (2568, 23 สิงหาคม). เสวนาเรื่อง “ข้อท้าทายในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังและการสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ”.
SDG Move. (2568). แรงงานข้ามชาติ: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. https://www.sdgmove.com/2025/08/06/migrant-workers-impact-thailand-economy/
Thai PBS. (2568). เปิดปัญหาผู้พ้นโทษ: กลับคืนสู่สังคมยาก. https://www.thaipbs.or.th/news/content/325302
Thailand Institute of Justice. (2563). ความยุติธรรมมีราคาที่ต้องจ่าย. https://knowledge.tijthailand.org/th/article/detail/the-cost-of-justice-common-ground-1
Thailand Institute of Justice. (2021). Research on the causes of recidivism in Thailand. https://www.tijthailand.org/en/publication/detail/research-on-the-causes-of-recidivism-in-thailand
Criminal Records (Clean Slate) Act 2004, Public Act 36 (NZ). (2004). New Zealand Legislation. https://www.legislation.govt.nz/act/public/2004/0036/latest/DLM280840.html
Federal Office of Justice. (n.d.). Federal Central Criminal Register Act (BZRG). Gesetze im Internet. https://www.gesetze-im-internet.de/englisch_bzrg/index.html
Institute for Criminal Policy Research. (n.d.). Highest to lowest—Prison population total. World Prison Brief. Retrieved October 14, 2025, from https://www.prisonstudies.org/highest-to-lowest/prison-population-total
Institute for Justice Research and Development. (2016). The economic burden of incarceration in the U.S. Florida State University. https://ijrd.csw.fsu.edu/sites/g/files/upcbnu1766/files/media/images/publication_pdfs/Economic_Burden_of_Incarceration_IJRD072016_0_0.pdf
O’Neill, A. (2021). Thailand: Share of economic sectors in the GDP. Statista. https://www.statista.com/statistics/331893/share-of-economic-sectors-in-the-gdp-in-thailand/
Parole Board of Canada. (2024). What is a record suspension? Government of Canada. https://www.canada.ca/en/parole-board/services/record-suspensions/what-is-a-record-suspension.html
Rehabilitation of Offenders Act 1974, c. 53. (1974). https://www.legislation.gov.uk/ukpga/1974/53/data.pdf
U.S. Office of Personnel Management. (2020). Fair chance to compete for jobs act of 2019 (5 CFR Part 920). Electronic Code of Federal Regulations. https://www.ecfr.gov/current/title-5/chapter-I/subchapter-B/part-920#920.102
Washington Office on Latin America. (2017). Criminal records in Costa Rica: Challenges for women who use drugs. Women and Drugs. https://womenanddrugs.wola.org/wp-content/uploads/2017/12/DONE-14-Criminal-Records-in-CR_ENG_FINAL-1.pdf
Yellow Ribbon Project Singapore. (n.d.). About us. https://www.yellowribbon.gov.sg/
21/04/2026




